วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

พ่อมดกอบวิทย์ สอนเรื่องสถานะของสาร ของมัธยมศึกษา



วิเคราะห์เนื้อหา
            การสอนของครูกอบวิทย์ เป็นการกระตุ้นให้เด็กได้มีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเต็ม ที่ ครูกอบวิทย์สามารถสอนในสิ่งที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรมได้ โดยการแสดงบทบาทสมมติ และการจำลอง จากที่ครูกอบวิทย์สอนสอนนักเรียนจะรู้จักสถานะของสารแต่ไม่สามารถอธิบายได้ ว่าอนุภาคของสาร มีหน้าตาหรือลักษณะอย่างไร ครูกอบวิทย์จึงสอนโดยเปรียบกับนักเรียนแต่ละคนคืออนุภาคของสารแต่ละอนุภาค ในการสอนครูกอบวิทย์จะมีการอธิบายพร้อมให้นักเรียนได้ปฏิบัติ เมื่อสอนเสร็จก็จะมีการสรุปอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้งหนึ่งโดยการใช้สื่อเป็น รูปธรรม ทำให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายครกอบวิทย์จะมีการประเมินผลโดยให้นักเรียนได้เขียนแสดงความรู้ของ ตัวเองออกมา หลักสำคัญที่ครูกอบวิทย์คำนึงถึงในการจัดการเรียนการสอนคือ จะทำอย่างไรที่จะจัดกระบวนการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะและพัฒนากระบวนการคิดของนักเรียน


การประยุกต์ใช้
         เป็นการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในแนวใหม่นำความรู้ทางด้านIT มาประยุกต์ใช้ทำให้การเรียนการสอนน่าสนใจ ซึ่งการเรียนการสอนเรื่องสถานะของสาร  ครูสามารถทำให้เกิดความรู้โดยจากความรู้ที่เป็นนามธรรม ให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยใช้บทบาทสมมติ ทำให้นักเรียนสนใจที่จะเรียนรู้ และมีความเข้าใจที่คงทน เกิดความสนุกสนาน และได้รับองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีสถานการณ์ให้เกิดการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมีการพัฒนากระบวนการคิด ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูมีแนวทางการเรียนการสอนที่ดี


ข้อเสนอแนะ
         สำหรับวิธีการสอนของครูซึ่งเราเองไม่สามารถเชื่อว่าจำนำการแสดงบทบาทสมมุติ มาใช้กับเด็กมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งได้ ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ทำให้บรรยากาศภายในห้องมีความสนุกสนาน ทำให้บทเรียนที่เรียนรู้นั้นเข้าใจง่ายขึ้นไม่น่าเบื่อและทำให้เด็กๆทุกคนมี ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเข้าร่วมในบทบาทสมมุตินั้นด้วยและทำให้เด็ก ได้รับความรู้อย่างที่มีประสิทธิภาพ และยังมีการสรุปผลของบทเรียนที่สอนด้วย


วันที่ 7 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2556
ที่มา http://www.thaiteachers.tv/vdo2.php?id=2467   

การนำเข้าสู่บทเรียน : การแปลงสภาพ จุลินทรีย์ และหัวข้ออื่น ๆ ของประถมศึกษา




วิเคราะห์เนื้อหา       
            เป็นการใช้กระดานอินเตอร์แอกทีฟสอนบทเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ อาทิ วัสดุ และคุณสมบัติของวัสดุ หรือกระบวนการทางกายภาพให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษา วิดีโอแต่ละเรื่องนำเสนอหัวข้อต่างกัน ตั้งแต่เรื่องน้ำ และการระเหยของน้ำไปถึงวิทยาศาสตร์เสียง โดยนำรูปของละครหรือสารคดี วิดีโอแต่ละเรื่องเหมาะกับนักเรียนแต่ละชั้นปีตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 3 - 6 รายการตอนนี้เป็นรายการวิทยาศาสตร์สั้นๆ ที่ถามตอบและทดลองวิทยาศาสตร์ให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สำคัญ สนุกและน่าทดลอง

การประยุกต์        
           สามารถนำไปใช้เป็นตัวอย่างในการเรียนการสอนได้อย่างดียิ่ง เป็นตอนสั้นๆ ที่มีผลต่อการนำไปใช้เป็นตัวอย่าง เด็กชอบและช่วยให้น่าสนใจ มีการถามตอบ และแสดงตัวอย่างๆ นำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในเรื่องสั่นๆ นั้นได้เป็นอย่างดี  นำสื่อนี้ไปใช้ได้ เป็นตอนสั้นๆ และเด็กสามารถทดลองวิทยาศาสตรได้ตามที่เห็นตัวอย่างในรายการ

ข้อเสนอแนะ
- การเรียนรู้บางการทดลองจำเป็นที่ครูต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแนะนำ ให้ความช่วยเหลือต่อเด็ก
- บางการทดลองจะต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์ครูต้องให้คำแนะนำในการใช้และการทดลอง
- นักเรียนต้องรักที่จะแสวงหาความรู้และค้นพบด้วยตนเอง

วันที่ 7 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2556
ที่มา http://www.thaiteachers.tv/vdo2.php?id=2168

ความสำคัญของครูผู้ช่วย : ระดับประถมศึกษา



วิเคราะห์เนื้อหา
          เป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาท และหน้าที่ที่รับผิดชอบของครูผู้ช่วย เมื่อเธอได้เริ่มต้นชั้นเรียนที่สอนเกี่ยวกับด้านสังคมให้กับนักเรียน นำไปสู่การพัฒนา และปรับปรุงในด้านพฤติกรรมของทั้งโรงเรียน นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น การตอบแทน ความยุติธรรม และทักษะทางสังคมที่จำเป็นอื่น ๆ เฮเลน เป็นครูผู้ช่วยอาวุโส ซึ่งเธอได้สร้างความแตกต่างครั้งยิ่งใหญ่ในหมวดวิชาที่เกี่ยวกับความสามารถในการอ่าน และเขียน เฮเลนได้จับคู่การอ่านหนังสือแบบตัวต่อตัว ระหว่างอาสาสมัครที่เป็นผู้ใหญ่กับนักเรียนขึ้น เฮเลน เลือกหนังสือ หาทุน และทำงานร่วมกับครูคนอื่น ๆ เพื่อมองหานักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ความตั้งใจ แรงสนับสนุน และความกล้าหาญของเธอนำไปสู่การจับคู่อ่านหนังสือกับผู้ใหญ่ที่สนุกกับงานนี้อย่างต่อเนื่อง

การประยุกต์      

         การประยุกต์ในหลักสูตรการเรียนการสอน โดยครูควรมีการพิจารณารายวิชาที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ทางสังคม การสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียนในห้องเรียน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในรายวิชากต่างๆเพื่อให้นักเรียนได้แสดงบทบาท หน้าที่ของตนเองในกิจกรรมการเรียนการสอน
การเปิดโอกาสในการทำหน้าที่ของครูผู้ช่วนสอน ในการนำเสนอแนวทางในการพัฒนานักเรียน

ข้อเสนอแนะ

         - ควรดูแลอย่างใกล้ชิดในการดำเนินกิจกรรมของนักเรียน ซึ่งครูสามารถให้คำปรึกษาเพื่อสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกิจกรรมได้ทันทีจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมที่ดีงาม
         - ครวกำหนดประเด็นในการพัฒนานักเรียนในทิศทางเดียวกันเพื่อที่ครูและผู้ช่วยครุจะได้กำหนดแนวทางในการ่สงเสริมการเรียนรู้ให้เป็นไปในประเด็นเดี่ยวกันได้
         - การให้อิสระทางความคิดแก่นักเรียนในการดำเนินกิจกรรม โดยครูสามารถให้ข้อเสนอแนะได้



วันที่ 7 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2556
ที่มา http://www.thaiteachers.tv/vdo2.php?id=2964

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทฤษฎีการกำเนิดของระบบสุริยะ


                                                                   ระบบสุริยะจักรวาล
          


ทฤษฎีการกำเนิดของระบบสุริยะ
        หลักฐานที่สำคัญของการกำเนิดของระบบสุริยะก็คือ การเรียงตัว และการเคลื่อนที่อย่างเป็นระบบระเบียบของดาว เคราะห์ ดวงจันทร์บริวาร ของดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์น้อย ที่แสดงให้เห็นว่าเทหวัตถุ ทั้งมวลบนฟ้า นั้นเป็นของ ระบบสุริยะ  Piere Simon Laplace ได้เสนอทฤษฎีจุดกำเนิดของระบบสุริยะ  มีมวลของก๊าซรูปร่างเป็นจานแบนๆ ขนาดมหึมาหมุนรอบ ตัวเองอยู่ ในขณะที่หมุนรอบตัวเองนั้นจะเกิดการหดตัวลง เพราะแรงดึงดูดของมวลก๊าซ ซึ่งจะทำให้ อัตราการหมุนรอบตัวเองนั้น จะเกิดการหดตัวลงเพราะแรงดึงดูดของก๊าซ ซึ่งจะทำให้อัตราการ หมุนรอบตังเอง มีความเร็วสูงขึ้นเพื่อรักษาโมเมนตัมเชิงมุม (Angular Momentum) ในที่สุด เมื่อความเร็ว มีอัตราสูงขึ้น จนกระทั่งแรงหนีศูนย์กลางที่ขอบของกลุ่มก๊าซมีมากกว่าแรงดึงดูด ก็จะทำให้เกิดมีวงแหวน ของกลุ่มก๊าซแยก ตัวออกไปจากศุนย์กลางของกลุ่มก๊าซเดิม และเมื่อเกิดการหดตัวอีกก็จะมีวงแหวนของกลุ่มก๊าซเพิ่มขึ้น ขึ้นต่อไปเรื่อยๆ วงแหวนที่แยกตัวไปจากศูนย์กลางของวงแหวนแต่ละวงจะมีความกว้างไม่เท่ากัน ตรงบริเวณ ที่มีความ หนาแน่นมากที่สุดของวง จะคอยดึงวัตถุทั้งหมดในวงแหวน มารวมกันแล้วกลั่นตัว เป็นดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ของดาว ดาวเคราะห์จะเกิดขึ้นจากการหดตัวของดาวเคราะห์
         สำหรับดาวหาง และสะเก็ดดาวนั้น เกิดขึ้นจากเศษหลงเหลือระหว่าง การเกิดของดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ดังนั้น ดวงอาทิตย์ในปัจจุบันก็คือ มวลก๊าซ ดั้งเดิมที่ทำให้เกิดระบบสุริยะขึ้นมานั่นเอง 


วันที่ 1 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2556


โครงสร้างของกาแล็คซี่

                                                   
                                                         กาแลกซี่
   
      โครงสร้างของกาแลกซี่  หรือดาราจักรจากการศึกษาทางดาราศาสตร์สมัยใหม่ สามารถอธิบายให้เห็นภาพได้โดยการเริ่มต้นจากการจินตนาการว่า ตัวเราคือนักเดินทางสำรวจกาแล็คซี่ ณ จุดเริ่มต้นนักสำรวจพึงระลึกไว้ว่า แสงเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 186,000 ไมล์ หรือประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที
        แสงเดินทางจากดวงจันทร์มายังโลกใช้เวลา 1.3 วินาที และจากดวงอาทิตย์มายังโลกใช้เวลา 803 นาที จากดวงอาทิตย์ไปยังดาวพลูโตประมาณ 4 ชั่วโมง และจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดประมาณ 4.3 ปี เวลา 4 ชั่วโมงกับเวลา 4.3 ปี เป็นระยะเวลาที่ห่างไกลกันมาก 
       ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบสุริยะจักรวาลของเรากับดาวฤกษ์ดวงอื่น ๆ อยู่ห่างไกลกันเพียงใด และภายในรัศมีที่แสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลาเดินทาง 17 ปี มีดาวฤกษ์อยู่ในขอบเขตเพียง 50 ดวง


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ที่มา
http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/phichit/apichat_p/sec05p01.html

องค์ประกอบระบบสุริยะจักรวาล


  
                                                                      ระบบสุริยะจักรวาล

                                                           
องค์ประกอบระบบสุริยะจักรวาล

    ระบบสุริยะจักรวาล ประกอบด้วย

             1. ดาวฤกษ์ เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง เกิดจากก๊าซที่มีการระเบิดอยู่ตลอกเวลา ให้พลังงานแสง และพลังงานความร้อน ได้แก่ ดวงอาทิตย์ กลุ่มดาวจักราศี ดาวเหนือ

             2. ดาวเคราะห์ เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ต้องอาศัยแสง และพลังงานจากดวงอาทิตย์ โดยดาวฤกษ์จะมีทั้งหมด  9 ดวง จึงเรียกว่า “ ดาวพระเคราะห์” ประกอบด้วย

       ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดจึงร้อนที่สุด ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 

       ดาวศุกร์ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เป็นอันดับ 2 และมีสว่างมากที่สุดในยามค่ำคืนจึงเรียกดาวศุกร์ว่า “ ดาวประจำเมือง” ในช่วงเช้ามือ เราเรียกว่า “ ดาวประกายพรึก”ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 

       โลก เป็นดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตและมีดวงจันทร์เป็นบริวาร 1 ดวงอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เป็นอันดับ 3 

       ดาวอังคาร เป็นดาวเคราะห์ที่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 4 มีลักษณะใกล้เคียงกับโลก มีน้ำแข็งปกคลุมทั่วทั้งหมด มีไอน้ำ กลางวันดาวอังคารจะเย็นกว่าโลก เพราะอยู่ไกลดวงอาทิตย์มากกว่า ส่วนกลางคืนก็เย็นจัดกว่าโลก ดาวอังคารมีบริวาร 2 ดวง

      ดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่และหนักกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 5 ประกอบด้วยกลุ่มก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม มีดวงจันทร์ถึง 16 ดวง

       ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากดาวพฤหัส และเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 6 เป็นดาวเคราะห์ที่สวยที่สุด เพราะมีวงแหวนซึ่งเป็นกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่โคจรรอบดาวเสาร์ ดาวเสาร์จึงมีอากาศหนาวจัด มีดวงจันทร์เป็นบริวาลทั้งหมด 18 ดวง 


      ดาวยูเรนัส  เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 7 นิยมเรียกว่า “ ดาวมฤตยู” มีดวงจันทร์ 5 ดวง

      ดาวเนปจูน เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 8 คนไทยเรียก “ ดาวเกตุ” มีดวงจันทร์ 8 ดวง 

       ดาวพลูโต เป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุด มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 1 ดาวพลูโต มีก้อนหิมะปกคลุม 

      3. ดาวเคราะห์น้อย เป็นกลุ่มดาวที่มีขนาดเล็ก ที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ มีปริมาณ 3 – 5 หมื่นดวง อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัส

      4. ดาวหาง เป็นดาวที่มีรูปร่างเหมือน เปลวไฟเป็นหางยาว มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์แน่นอนเช่นเดียวกับดาวเคราะห์และดาวเคราะห์น้อย ดาวหางประกอบด้วยก๊าซต่างๆ เปลวไฟที่เห็นเป็นทางก็คือก๊าซและสะเก็ดดาวที่ไหลเป็นทาง


วันที่ 1 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2556
ที่มา :  www.learners.in.th 

การเกิดระบบสุริยะจักรวาล






(ภาพ แกน เส้นแรงแม่เหล็ก เขตพาความร้อน แทโคไลท์ และบ่วงสุริยะ)



การเกิดระบบสุริยะจักรวาล
                ระบบสุริยะจักรวาลเกิดจากการหดตัวของกลุ่มก๊าซและฝุ่นภายใต้ความโน้มถ่วงของดาวระเบิดมีลักษณะหมุนเร็วขึ้นและมีการหมุนเป็นรูปวงรี โดยมีจุดศูนย์กลางคือดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่มีแสงสว่างในตัวเอง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.4 ล้านกิโลเมตร โดยดวงอาทิตย์เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มก๊าซ ไฮโดรเจนและฮีเลียม มีอุณหภูมิและความดันสูงมาก